ข้อบังคับ
มูลนิธิ ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน
หมวดที่ 1
ชื่อเครื่องหมายและสำนักงานที่ตั้ง
|
ข้อ 1. |
|
มูลนิธินี้ชื่อว่า มูลนิธิ
ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ย่อว่า ม.ศ.จ. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า
Prof.Dr.Srisakdi Charmonman Foundation ย่อว่า SC Foundation |
ข้อ 2. |
|
ตราของมูลนิธิ มีลักษณะ คือ เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ SC ไขว้กันอยู่ตรงกลางรูป
และมีชื่อมูลนิธิเป็นภาษาไทยอยู่ด้านล่าง |
|
ข้อ 3. |
|
สำนักงานของมูลนิธิตั้งอยู่ที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ
ถนนบางนา-ตราด กม. 26 อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ 10540 |
หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์
|
ข้อ 4. |
|
วัตถุประสงค์ของมูลนิธินี้ คือ |
| |
|
4.1 |
|
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิทยาการสารสนเทศและวิทยาการที่เกี่ยวข้อง |
4.2 |
|
เพื่อส่งเสริมการจัดสัมมนาวิชาการสารสนเทศและที่เกี่ยวข้อง |
4.3 |
|
เพื่อส่งเสริมการจัดทำตำราวิชาการและเอกสารวิทยาการสารสนเทศ |
4.4 |
|
เพื่อส่งเสริมวิทยาการอินเทอร์เน็ต โดยจัดเป็นกองทุนสนับสนุนอินเทอร์เน็ต |
4.5 |
|
เพื่อสนับสนุนกองทุนที่ ศ.ดร.ศรีศักดิ์
จามรมาน ตั้งไว้ ณ มหาวิทยาลัยต่างๆ
เช่น กองทุน ศ.ดร.ศรีศักดิ์
จามรมาน
ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ
กองทุนพระยานิติศาสตร์ไพศาลย์
และ ศาสตราจารย์ศรีศักดิ์
จามรมาน
ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น |
4.6 |
|
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมวิชาการของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ
อาทิ สมาคมคอมพิวเตอร์เอซีเอ็ม สาขาประเทศไทย สมาคมคอมพิวเตอร์และการจัดการงานวิศวกรรม
สาขาประเทศไทย เป็นต้น |
4.7 |
|
เพื่อสนับสนุนกิจการอินเทอร์เน็ตสาธารณประโยชน์ที่จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีและฝึกอบรมเอแบค-เคเอสซี
อินเตอร์เนตแห่งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และกลุ่มบริษัท
เคเอสซี |
|
หมวดที่ 3
ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน
|
ข้อ 5. |
|
ทรัพย์สินของมูลนิธิมีทุนเริ่มแรก คือ |
| |
|
5.1 |
|
เงินสด จำนวน 1,963,061.87 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนหกหมื่นสามพันหกสิบเอ็ดบาทแปดสิบเจ็ดสตางค์) |
5.2 |
|
ที่ดิน (ถ้ามี) โฉนดเลขที่
-
.
...
รวมเป็นราคาทรัพย์สินทั้งสิ้น
-
บาท
(
-..
.) (ถ้าเป็นเงินต้องมีกองทุนไม่ต่ำกว่า
500,000 บาท ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่น
ต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 250,000 บาท และเมื่อรวมกับทรัพย์อย่างอื่นแล้วต้องมีมูลค่า
ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
ยกเว้นมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสังคมสงเคราะห์
ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัย และเพื่อการบำบัดรักษา
ค้นคว้า ป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด
เอดส์ หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยของรัฐ
ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม คือ กองทุนไม่ต่ำกว่า
200,000 บาท หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท
0402/ว2073 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2534) |
|
ข้อ 6. |
|
มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีต่อไปนี้ |
|
|
6.1 |
|
เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆ
โดยมิได้มีเงื่อนไข ผูกพัน ให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด |
6.2 |
|
เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ |
6.3 |
|
ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ |
6.4 |
|
รายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ |
|
หมวดที่ 4
คุณสมบัติ และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
|
ข้อ 7. |
|
กรรมการของมูลนิธิต้องมีคุณสมบัติดังนี้ |
|
|
7.1 |
|
มีอายุไม่ต่ำกว่า
20 ปี บริบูรณ์ |
7.2 |
|
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ |
7.3 |
|
ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก
เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาทหรือความผิด ลหุโทษ |
|
ข้อ 8. |
|
กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ |
|
|
8.1 |
|
ถึงคราวออกตามวาระ |
8.2 |
|
ตายหรือลาออก |
8.3 |
|
ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับข้อ 7 |
8.4 |
|
เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสีย
และคณะกรรมการมูลนิธิ มีมติให้ออก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิ |
|
หมวดที่ 5
การดำเนินงานของคณะกรรมการมูลนิธิ
|
ข้อ 9. |
|
มูลนิธิดำเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิ
มีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ไม่เกิน 30 คน |
ข้อ 10. |
|
คณะกรรมการของมูลนิธิ ประกอบด้วย ประธานกรรมการอาวุโส
ประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานมูลนิธิ กรรมการมูลนิธิ เลขาธิการมูลนิธิ
เหรัญญิก และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับข้อ
9 |
ข้อ 11. |
|
วิธีเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิให้ปฏิบัติดังนี้
ให้คณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่เลือกตั้งประธานกรรมการมูลนิธิ
และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับ |
ข้อ 12. |
|
กรรมการดำเนินงานมูลนิธิอยู่ในตำแหน่งคราวละ
4 ปี |
ข้อ 13. |
|
การเลือกตั้งคณะกรรมการมูลนิธิ ให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
เป็นมติของที่ประชุม |
ข้อ 14. |
|
กรรมการมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
อาจได้รับเลือกเข้าเป็นกรรมการมูลนิธิได้อีก |
ข้อ 15. |
|
ในกรณีที่กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่ง
ให้กรรมการของมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่กรรมการของมูลนิธิต่อไปจนกว่ามูลนิธิจะได้รับแจ้งการจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิที่ตั้งใหม่ |
|
หมวดที่ 6
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมูลนิธิ
|
ข้อ 16. |
|
คณะกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิ
ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ และภายใต้ข้อบังคับนี้ให้มีอำนาจหน้าที่ต่างๆ
ดังต่อไปนี้ |
|
|
16.1 |
|
กำหนดนโยบายของมูลนิธิ
และดำเนินการตามนโยบายนั้น |
16.2 |
|
ควบคุมการเงินและทรัพย์สินต่างๆ
ของมูลนิธิ |
16.3 |
|
เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงิน
และบัญชีงบดุล รายได้รายจ่ายต่อกระทรวงมหาดไทย |
16.4 |
|
ดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
และวัตถุประสงค์ของ ข้อบังคับนี้ |
16.5 |
|
ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินการของมูลนิธิ |
16.6 |
|
แต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง
หรือหลายคณะ เพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างของมูลนิธิ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ |
16.7 |
|
เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้มูลนิธิเป็นพิเศษ
เป็นกรรมการ กิตติมศักดิ์ |
16.8 |
|
เชิญผู้ทรงเกียรติเป็นอุปถัมภ์มูลนิธิ |
16.9 |
|
เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ |
16.10 |
|
แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ประจำของมูลนิธิ
มติให้ดำเนินการตามข้อ 16.7, 16.8 และ 17.6 ต้องเป็นมติเสียงข้างมากของที่ประชุม
และที่ปรึกษาตามข้อ 16.9 ย่อมเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิที่เชิญเท่านั้น |
|
ข้อ 17. |
|
ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ |
|
|
17.1 |
|
เป็นประธานของการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ |
17.2 |
|
สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ |
17.3 |
|
เป็นผู้แทนของมูลนิธิในการติดต่อกับบุคคลภายนอก
หรือการลงลายมือชื่อในเอกสาร
ข้อบังคับ และสรรพหนังสือ
อันเป็น
หลักฐานของมูลนิธิ เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิหรือกรรมการมูลนิธิผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทน
ได้ลงลายมือชื่อแล้วจึงเป็นอันใช้ได้ |
17.4 |
|
ปฏิบัติการอื่นๆ ตามข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการมูลนิธิ |
|
ข้อ 18. |
|
ให้รองประธานกรรมการมูลนิธิ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ
เมื่อประธาน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายให้ทำการแทน |
ข้อ 19. |
|
ถ้าประธานกรรมการมูลนิธิและรองประธานกรรมการมูลนิธิ
ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมคราวหนึ่งคราวใด
ให้ที่ประชุม
เลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่ง เป็นประธานสำหรับการประชุมคราวนั้น |
ข้อ 20. |
|
เลขาธิการมูลนิธิมีหน้าที่ควบคุมกิจการ
และดำเนินการประจำของมูลนิธิ ติดต่อประสานงานทั่วไประเบียบข้อบังคับของมูลนิธิ
นัดประชุมกรรมการตามคำสั่งของประธานกรรมการ มูลนิธิและทำรายงานการประชุม
ตลอดจนรายงานกิจกรรมมูลนิธิ |
ข้อ 21. |
|
เหรัญญิกมีหน้าที่ควบคุมการเงิน ทรัพย์สินของมูลนิธิตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง และเป็นไปตามระเบียบที่
คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด |
ข้อ 22. |
|
สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่นๆ ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด
โดยทำเป็นคำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน |
ข้อ 23. |
|
คณะกรรมการมูลนิธิมีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมกรรมการหรืออนุกรรมการอื่นๆ
ของมูลนิธิได้ |
|
หมวดที่ 7
อนุกรรมการ
|
ข้อ 24. |
|
คณะกรรมการมูลนิธิอาจแต่งตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการได้ตามความเหมาะสม
โดยจะแต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการประจำ หรือเพื่อการใดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราวก็ได้
และในกรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไม่ได้แต่งตั้งประธานอนุกรรมการ
เลขานุการ หรืออนุกรรมการในตำแหน่งอื่นไว้ ก็ให้อนุกรรมการแต่งตั้งกันเองดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้ |
ข้อ 25. |
|
อนุกรรมการอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะเสร็จงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำ
ส่วนคณะกรรมการประจำอยู่ในตำแหน่งตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด
ซึ่งถ้ามิได้กำหนดไว้ก็ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของคณะกรรมการมูลนิธิ
ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง และอนุกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ |
|
|
25.1 |
|
อนุกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมาย |
25.2 |
|
อนุกรรมการมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการมูลนิธิเกี่ยวกับงานได้รับมอบหมาย |
|
|
หมวดที่ 8
การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
|
ข้อ 26. |
|
คณะกรรมการมูลนิธิจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีทุกๆ
ปี ภายในเดือน มิถุนายน และต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ
ทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม |
ข้อ 27. |
|
การประชุมวิสามัญอาจมีได้ในเมื่อ ประธานกรรมการมูลนิธิ
หรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แสดงความประสงค์ไปยังประธานกรรมการมูลนิธิ
หรือผู้ทำการแทน ขอให้มีการประชุมก็ให้เรียกประชุมวิสามัญได้ |
ข้อ 28. |
|
กำหนดการประชุมและองค์ประชุมของคณะอนุกรรมการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนดไว้
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชุม ให้คณะกรรมการตกลงกันเอง
และ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์ประชุมให้ใช้ข้อ 27. บังคับโดยอนุโลม |
ข้อ 29. |
|
ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ
หากมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก
ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
กิจการใดที่เป็นงานประจำหรือเป็นกิจการเล็กน้อย ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจสั่งให้ใช้วิธีสอบถามมติทางหนังสือแทนการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
แต่ประธานกรรมการมูลนิธิ ต้องรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิในคราวต่อไป
ถึงมติและกิจการที่ได้ดำเนินการไปตามมตินั้น กิจการใดเป็นงานประจำ
หรือเป็นกิจการเล็กน้อยหรือไม่ ย่อมอยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิ |
ข้อ 30. |
|
ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ
ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือประธานที่ประชุม มีอำนาจเชิญหรืออนุญาตให้บุคคลที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุมในฐานะแขกผู้มีเกียรติหรือผู้สังเกตการณ์
หรือเพื่อชี้แจงหรือเพื่อให้คำปรึกษาแก่ที่ประชุมได้ |
|
หมวดที่ 9
การเงิน
|
ข้อ 31. |
|
ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธิในกรณีทำหน้าที่แทน
มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
ถ้าเกินกว่าจำนวน ดังกล่าว ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก
เว้นแต่กรณีจำเป็นและเร่งด่วนให้อยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติให้จ่ายได้
แล้วต้องรายงานให้คณะกรรมการมูลนิธิทราบในการประชุมคราวต่อไป |
ข้อ 32. |
|
เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน
20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) |
ข้อ 33. |
|
เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ ต้องนำฝากไว้กับธนาคาร
หรือสถาบันการเงินอื่นใด ที่รัฐบาลให้การค้ำประกัน แล้วแต่คณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควร |
ข้อ 34. |
|
การสั่งจ่ายเงินโดยเช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน
จะต้องมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมูลนิธิหรือผู้ทำการแทน
กับเลขานุการหรือเหรัญญิกลงนามทุกครั้ง จึงจะเบิกจ่ายได้ |
ข้อ 35. |
|
การใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำสำนักงานในปีใดปีหนึ่ง
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม
ให้จ่ายเพียงไม่เกินดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินที่เป็นเงินของมูลนิธิที่ได้รับรวมในปีก่อนหน้านั้น
และรายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิในปีก่อนหน้านั้น
ส่วนเงินบริจาคที่ผู้บริจาคระบุให้ใช้ในกิจกรรมใดโดยเฉพาะ
ก็ให้ใช้จ่ายในกิจกรรมนั้นได้ ดอกผลที่เหลือและเงินบริจาคอื่นๆ
ให้รวมเป็นเงินทุนของมูลนิธิ |
ข้อ 36. |
|
ให้คณะกรรมการมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน
การบัญชีและทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ต่างๆ
เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ |
ข้อ 37. |
|
ให้คณะกรรมการมูลนิธิกำหนดรอบระยะเวลาบัญชี
และจัดทำรายงานสถานะการเงินของมูลนิธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา
เสนอต่อที่ประชุมในการประชุมสามัญประจำปี |
หมวดที่ 10
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ
|
ข้อ 38. |
|
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับจะกระทำได้
โดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
และการอนุมัติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับต้องประกอบด้วย
คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม |
|
หมวดที่ 11
การเลิกมูลนิธิ
|
ข้อ 39. |
|
ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปโดยมติของคณะกรรมการเป็นเอกฉันท์
ในการประชุม 2 ครั้ง ห่างกัน 30-60 วัน
ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิให้ตกเป็นกรรมสิทธิแก่
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ให้ใส่ชื่อมูลนิธิหรือนิติบุคคลที่จะรับทรัพย์สิน
และมูลนิธิหรือนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ตามมาตรา 110
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) โดยให้ตั้งเป็นกองทุน ศ.ดร.
ศรีศักดิ์ จามรมาน และให้กองทุนมีวัตถุประสงค์ตามข้อ 4 ของข้อบังคับนี้
และให้กองทุนพยายามนำทรัพย์สินทั้งหมดไปจัดตั้งเป็นมูลนิธิขึ้นใหม่โดยมีข้อบังคับเหมือนข้อบังคับนี้ |
ข้อ 40. |
|
การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้วให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลง
โดยมิต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุต่อไปนี้ |
|
|
40.1 |
|
เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้ว
ไม่ได้รับทรัพย์สินตามคำมั่นเต็มจำนวน |
40.2 |
|
เมื่อกรรมการมูลนิธิมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิก |
40.3 |
|
เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับได้ |
40.4 |
|
เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ
|
|
|
หมวดที่ 12
บทเบ็ดเตล็ด
|
ข้อ 41. |
|
การตีความในข้อบังคับของมูลนิธิ หากเป็นสิ่งที่สงสัยให้คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด |
ข้อ 42. |
|
ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมูลนิธิมาใช้บังคับในเมื่อข้อบังคับของมูลนิธิมิได้กำหนดไว้ |
ข้อ 43. |
|
มูลนิธิต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใด
นอกจาก เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง |
|
|
|
| |